ประโยชน์ที่สำคัญของเปลือกมังคุดต่อผิวพรรณและสุขภาพ

มังคุด” (ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Garcinia mangostana) เป็นพืชเขตร้อนที่เชื่อกันว่ามีที่มาจากประเทศอินโดนีเซีย ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย รวมถึงในทวีปแอฟริกาบางแห่ง นอกจากนี้ มังคุดสีม่วงยังคงได้รับการขนาดนามว่าเป็น ราชินีแห่งผลไม้เมืองร้อนอีกด้วย เนื่องจากรสชาติและกลิ่นที่หอมหวาน  อมเปรี้ยวนั่นเอง

 

ส่วนประกอบของมังคุด มีดังนี้

- เปลือกแข็งด้านนอก

- เนื้อสีขาวที่มีรสหวานอมเปรี้ยว ลักษณะคล้ายกลีบของผลส้ม

- เมล็ดที่อยู่ด้านในของเนื้อมังคุด

 

แต่แม้ว่าเปลือกของมังคุดจะแข็งก็ตาม แต่ก็สามารถปอกออกได้ง่ายโดยใช้เพียงแค่มือเปล่าเท่านั้น หลายๆ คนคงเป็นเหมือนกันที่ว่าเวลาทานมังคุดก็จะทิ้งเปลือกไป โดยที่ไม่ทราบเลยว่า เปลือกมังคุดนั้นมีประโยชน์มหาศาล เพื่อให้ทุกคนได้เห็นคุณค่าของเปลือกมังคุด วันนี้ กอบุญเฮิร์บ (Korboon Herbs) เลยมีเรื่องประโยชน์ต่างๆ ของเปลือกมังคุดมาบอก ไปดูกัน

 

ประโยชน์ต่อผิวพรรณและสุขภาพของเปลือกมังคุด

เป็นที่ทราบกันดีในสมัยโบราณว่า มังคุดเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาพื้นบ้านและการแพทย์แผนโบราณในหลายประเทศของเอเชีย ก่อนจะเริ่มรู้จักไปทั่วโลกในสมัยของราชินีวิคตอเรียในศตวรรษที่ 18 และได้รับการพิสูจน์ถึงสรรพคุณทางการแพทย์ของมังคุดที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล่ากันปากต่อปากของคนโบราณเท่านั้น แต่มังคุดเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย และส่วนต่างๆ แถมยังสามารถใช้รักษาโรคอีกด้วย และนี่ก็คือสรรพคุณของมังคุดในการบำรุงผิวพรรณ สุขภาพ และรักษาโรคต่างๆ ที่ กอบุญเฮิร์บ (Korboon Herbs) นำมาบอก...

 

 

1. สารต้านอนุมูลอิสระ

จากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามังคุดมีสารประกอบโพลีฟีนอล (Pholyphenols) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งเรียกว่า แซนโทน (Xanthone) แซนโทนในมังคุดมีอยู่สองชนิด คือ ชนิดแกมมาและอัลฟ่า ซึ่งสรรพคุณของสารแซนโทนในเปลือกมันคุดนี้มีอยู่หลายประการ ตั้งแต่รักษาอาการอักเสบ รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ ไม่เพียงเท่านั้น สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ ยังมีคุณสมบัติในการเยียวยารักษาเซลล์ที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย และป้องกันอาการเสื่อมโทรมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

 

 

2. ต้านอาการอักเสบ

มังคุดมีคุณสมบัติต่อต้านอาการอักเสบ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องทุกข์ทรมานจากอาการปวดสะโพก ซึ่งไม่สามารถควบคุมหรือรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ การบริโภคมังคุดสองถึงสามครั้งต่อวัน จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ด้วยสรรพคุณต้านการอักเสบของ Cox-2 inhibitor (คอก-ทู อินฮิบิเตอร์ เป็นสารต้านอาการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) ที่มีอยู่ในมังคุด

 

3. ซ่อมแซมเซลล์

สารแซนโทน (Xanthone) ที่มีอยู่ในเปลือกมังคุดมีค่าสูงสุด เมื่อเทียบกับผลไม้อื่นๆ ที่พบว่ามีแซนโทนเช่นเดียวกัน ซึ่งสารแซนโทนนี้สามารถรักษาโรคผิวหนัง และยังช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายในร่างกายอีกด้วย

 

4. “Anti-Aging” หรือการชะลอวัย

อาการสูงอายุเกิดจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation)ซึ่งเปลือกมังคุดอุดมไปด้วยสารที่สามารถยับยั้งหรือชะลอการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ที่เป็นสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ (Free Radical) ดังนั้นเราจึงนำสารสกัดจากเปลือกมังคุตมาผสมในเจลอาบน้ำเพื่อเป็น Anti-Aging product

 

5. ฆ่าเชื้อไวรัส

แซนโทน (Xanthone) ที่มีอยู่ในเปลือกมังคุดมีความสามารถตามธรรมชาติในการโจมตีเชื้อราและเชื้อไวรัส นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณในการกำจัดสารก่อมะเร็งบางชนิดบนผิวหนังได้อีกด้วย

 

สุดท้ายนี้ ...

 

มังคุดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการสูง นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ ยังมีวิตามินเอและวิตามินซีสูง รวมถึงธาตุเหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม และเป็นแหล่งวิตามิน B-Complex ที่อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งวิตามินเหล่านี้ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การที่เปลือกมังคุดเป็นแหล่งของแซนโทน (Xanthone) สารที่สำคัญ อันมีประโยชน์ต่อร่างกายนานับ ประการ ดังที่กล่าวมาในข้างต้น

Visitors: 23,651